ความเคลื่อนไหวจากร้านหนังสือออนไลน์ที่ขายหนังสือนิยายเป็นหลัก

ความเคลื่อนไหวจากร้านหนังสือออนไลน์ที่ขายหนังสือนิยายเป็นหลัก

สวัสดีครับทุกท่านหากใครที่เป็นคนชอบซื้อหนังสือในร้านหนังสือออนไลน์อยู่เสมอๆ คงจะพอทราบดีว่าช่วงนี้หนังสือนิยายใหม่ออกวางขายตามท้องตลาดน้อยกว่าปกติมรากซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกครับเพราะเนื่องจากว่าโดยปกติแล้วหลังงานสัปดาห์หนังสือแห่วงชาติผ่านพ้นไปบรรดาหนังสือนิยายต่างๆ ที่เปิดตัวในงานก็จะความเคลื่อนไหวจากร้านหนังสือออนไลน์ที่ขายหนังสือนิยายเป็นหลักทยอยลงแผงให้คุณผู้อ่านท่านอื่นที่ไม่ได้ไปงานได้เลือกซื้อกันแต่นี่กลับมีนิยายใหม่ๆ เพียงไม่กี่หัวเท่านั้นที่วางตลาดทำให้เห็นได้ว่าเศรษฐกิจในบ้านเราปีนี้มัน “แย่” จริงๆ

เมื่อพูดเช่นนี้แล้วหลายคนที่ชอบเข้าเว็บร้านหนังสือออนไลน์อาจจะยังสงสัยว่าถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วหนังสือใหม่ๆ ที่เขาวางขายกันในงานสัปดาห์หนังสือที่มีมากมายเหล่านั้นเป็นหนังสืออะไรซึ่งจากการเดินงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้ด้วยตัวเองทำให้ผมตอบคำถามนี้ได้ทันทีเลยครับว่าหนังสือส่วนใหญ่ที่ออกใหม่และวางขายนั้นก็คือหนังสือพวกพ็อกเก็ตบุคทั่วๆ ไปแต่ที่เห็นออกมามากที่สุดก็คือหนังสือพวก How To การทำมาหากิน กระประกอบอาชีพเสริม อาชีพอิสระ ส่วนหนังสือนิยายนั้นก็เป็นการเอาหนังสือนิยายเก่าๆ ที่ขายไม่หมดนำมาขายใหม่หรือไม่ก็นำเอาหนังสือนิยายขายดีแบบที่เป็นอมตะมาจัดพิมพ์ขายใหม่ เปลี่ยนปกใหม่นั่นเองครับ

และเพราะการที่หนังสือ How To หรือช่องทางทำมาหากินประเภทนี้มีมากนี่เองจึงทำให้ตอกย้ำกับร้านหนังสือออนไลน์เรื่องของสภาพเศรษฐกิจฝืดเคืองในบ้านเราในตอนนี้ได้เป็นอย่างดีดังนั้นจึงไม่แปลกใตเลยครับที่บรรดาสำนักพิมพ์ต่างๆ เขาจะออกหนังสือนิยายน้อยลงในช่วงนี้

บทพระราชนิพนธ์ถือเป็นนิยายหรือไม่

บทพระราชนิพนธ์ถือเป็นนิยายหรือไม่สวัสดีครับทุกท่านมีหลายคนถามผมมาว่าบทพระราชนิพนธ์หรือหนังสือพระราชนิพนธ์นั้นถือเป็นหนังสือนิยายได้หรือไม่ซึ่งเรื่องนี้ต้องบอกครับว่ามันจะถือเป็นหนังสือนิยายหรือไม่ถือเป็นหนังสือนิยายก็ได้ครับขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระและใจความสำคัญที่บทพระราชนิพนธ์นั้นนำเสนอโดยหากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการเดินทาง การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ หรือแม้กระทั่งเป็นบันทึกจดหมายเหตุหรือพงศาวดารเตือนความจำบทพระราชนิพนธ์ประเภทนี้เราจะไม่ถือว่าเป็นนิยายครับเพราะเป็นการเขียนขึ้นมาจากเรื่องจริงหรือเหตุการณ์จริง

แต่ในทางกลับกันหากเป็นบทพระราชนิพนธ์ที่เขียนขึ้นมาจากจินตนาการหรือเขียนขึ้นเพื่อเป็นนิทานเป็นบทละครที่ใช้ในการร้องรำทำเพลงหรือเป็นเรื่องที่เขียนมาจากเรื่องเดิมที่เคยเป็นเรื่องปรัมปราหรือนิทาน นิยายพื้นบ้านที่มีอยู่เดิมแล้วบทพระราชนิพนธ์ในกรณีที่ว่านี้จะถือว่าเป็นนิยายได้ครับซึ่งตัวอย่างของบทพระราชนิพนธ์ประเภทนี้ที่เป็นที่รู้จักกันก็ดีก็คือบทพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกที่พระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในรัชกาลปัจจุบันนั่นเองครับ

นอกจากตัวอย่างที่ว่านี้แล้วหากย้อนไปยังรัชสมัยรัชกาลที่ 3 และ ราชกาลที่ 6 ก็มีบทพระราชนิพนธ์ที่เข้าข่ายความเป็นนิยายอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 .ซึ่งเป็นยุครอยต่อของประเทศระหว่างวัฒนธรรมสมัยเก่ากับวัฒนธรรมสมัยใหม่ ยุคที่ต่างชาติเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัวนั้นก็มีบทพระราชนิพนธ์แนวนิยายที่แต่งขึ้นเพื่อใช้ในการเล่นละครเกิดขึ้นมากมาย

 

ขงเบ้งกับลิ้นสามนิ้ว

ขงเบ้งกับลิ้นสามนิ้วเพื่อนๆ ทราบไหมครับว่าคำว่า “ลิ้นสามนิ้ว” นั้นเป็นชื่อหรือฉายาของตัวละครใดนิยายเรื่องสามก๊ก สำหรัผบุ้ที่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อนแล้วคงจะพอทราบดีและทราบทันทีว่าวลีหรือฉายาที่ว่านี้เป็นของมังกรหลับแห่งเขาโงโลกัง ฮกหลง ขงเบ้ง แต่ถ้าหากใครไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อนหรืออ่านไม่ถึงครึ่งเรื่องแล้วล่ะก็ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ทายถูกยากเพราะวลีที่ว่านี้มันมีที่มาที่ไปที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ

สำหรับความเป็นมาของคำว่าลิ้นสามนิ้วในนิยายเรื่องนี้นั้นถ้าจะเล่าให้ละเอียดรับรองได้เลยครับว่าเปลืองหน้ากระดาษมากมายอย่างแน่นอนแถมถ้าท่านใดที่ไม่เคยอ่านนิยายสามก๊กมาก่อนก็คงจะงงเกี่ยวกับชื่อของตัวละครที่คล้ายๆ กันดังนั้นผมขอเล่าแบบกลางๆ เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจได้ง่ายๆ ก็แล้วกันครับส่วนใครที่ฟังแล้ว อ่านแล้วเห็นว่าเข้าทีจะไปหานิยายเรื่องนี้อ่านแบบเจาะลึกก็ตามสะดวกครับ

เรื่องราวของคำว่าลิ้นสามนิ้วนั้นเกิดขึ้นหลังจากตอนที่จิวยี่ได้เสียชีวิตซึ่งการตายของจิวยี่นั้นเกิดจากโมโหขงเบ้งจนทนพิษบาดแผลไม่ไหวกำเริบซึ่งขงเบ้งที่เป็นตัวการนั้นก็เดินทางไปยังงานศพของจิวยี่ท่ามกลางความวิตกกังวลของเล่าปี่เพราะเกรงว่าขงเบ้งที่ไม่มีอาวุธอะไรติดตัวไปจะได้รับอันตรายแต่ขงเบ้งกลับตอบมาว่าอาวุธของเขานั้นก็คือลิ่นสามนิ้วนี่แหละที่จะพลิกอันตรายให้กลายเป็นปลอดภัยได้ซึ่งก็เป็นจริงตามที่ขงเบ้งกล่าวครับ

วิลเลี่ยม เชคสเปียร์


วิลเลี่ยม เชคสเปียร์สำหรับคอนิยายแปลหรือนิยายต่างประเทศแล้วย่อมต้องรู้จักกับนักเขียนมือหนึ่งของโลกอย่างวิลเลี่ยม เชคสเปียร์อย่างแน่นอน เพราะวิลเลี่ยม เชคสเปียร์นั้นได้รับการยกย่องจากคนทั่วโลกว่าเป็นนักประพันธ์นิยายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดด้วยท่วงทำนองและลีลาการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถึงแม้จะแปลเป็นภาษาอื่นใดในโลกนี้ก็ตามแต่พลังแห่งงานเขียนของเขาก็ยังคงมีอานุภาพทำให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมและรู้สึกถึงพลังที่แฝงอยู่ในนิยายเทียบเท่ากับต้นฉบับของเดิมของเขา

เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่าครั้งหนึ่งผมเคยคิดที่จะหานักเขียนในนิยายในบ้านเราตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันว่ามีนักเขียนท่านใดที่มีฝีมือพอจะเทียบเคียงกับเวิลเลี่ยม เชคสเปียร์ได้บ้างจนถึงขนาดที่ว่านำเอาแฟ้มทำเนียบประวัตินักเขียนมาเทียบกันคนต่อคนเลยแต่เชื่อไหมครับว่ายังไม่มีใครที่มีฝีมือเทียบเท่าวิเลี่ยม เชคสเปียร์เลยแม้แต่กระทั่งสุนทรภู่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นกวีเอกของโลกก็ยังไม่ถึงขั้นแต่ก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าสูสีมากที่สุด

ผลงานของวิเลี่ยม เชคสเปียร์ที่ทรงอิทธิพลนั้นมีมากมายหลายเรื่องด้วยกันแต่ที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันมากในบ้านเราเห็นทีคงจะหนีไม่พ้นนิยายเรื่องเวนิช วานิช ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้นำมาดัดแปลงเป็นละครร้องและนิยายที่โศกเศร้า เคล้าน้ำตาอันเป็นที่มาแหงความตายของชายหญิงอย่างโรมีโอ แอนด์ จูเลียต ครับซึ่งผู้ที่สนใจก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไปในหมวดนิยายแปลหรือนิยายต่างประเทศครับ

รีวิวนิยายรัก ดราม่าตลอดกาล “ดาวพระศุกร์”

เมื่อเราพูดถึงนิยายรักดราม่าที่นำมาสร้างเป็นละครแนวดราม่าทีไรเชื่อแน่ว่านิยายเรื่องดาวพระศุกร์คงจะติดอันดับ Top 5 นิยายแนวดราม่าที่มีคนพูดถึงกันอย่างแน่นอนครับเพราะเนื่องจากว่าเป็นนิยายที่ถึงพร้อมไปด้วยภาษาและอารมณ์จนทำให้ผู้อ่านไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดงไปจนกระทั่งถึงคนแก่ผมขาวต่างติดนิยายเรื่องนี้กันอย่างงอมแงม

รีวิวนิยายรัก ดราม่าตลอดกาล "ดาวพระศุกร์" นิยายเรื่องดาวพระศุกร์นั้นเป็นเรื่องราวของสาวน้อยผู้สู้ชีวิตอย่างดาวพระศุกร์ที่โดนแม่แท้ๆ อย่างคุณหญิงศศิประภาทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เคราะห์ดีที่คุณนายมารศรีได้นำเอาเธอไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแต่นั้นก็ต้องแลกมาด้วยการถูกข่มเหงนานัปประการเพราะเนื่องจากว่าเธอนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณนายมารศรี   แต่แล้ววันหนึ่งด้วยความเข้าใจผิดบางประการทำให้ดาวพระศุกร์ตัดสินใจออกจากบ้านคุณนายมารศรีเพื่อไปตายเอาดาบหน้าและในระหว่างที่เธอออกจากบ้านนี้เองคุณหญิงศศิประภาผู้เป็นแม่ที่แท้จริงของดาวพระศุกร์ได้มาตามหาดาวพระศุกร์ถึงที่บ้านของคุณนายมารศรีและพบว่าดาวพระศุกร์ได้ออกจากบ้านไปแล้วโดยที่คุณหญิงศศิประภาเองก็หารู้ไม่ว่าตอนนี้ลูกสาวๆ แท้ๆ ของเธอได้ไปอยู่กับคุณภาคย์ญาติห่างๆ ของเธอนั่นเอง

นิยายเรื่องดาวพระศุกร์นั้นเป็นผลงานการเขียนของ ข.อักษราพันธุ์ที่มีชื่อจริงว่าหม่อมหลวงศรีทอง ลดาวัลย์ที่มีการนำเอามาทำเป็นหนังและละครมากมายหลายครั้งรวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 7 ครั้งจึงถือว่เป็นนิยายที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลอีกเล่มหนึ่ง